บทความ - happy-workplace.com

บทความ

การส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นด้วยแนวคิดความสุขแปดประการ (Happy 8)

icon happy family2 s

การส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นด้วยแนวคิดความสุขแปดประการ (Happy 8)

อาจารย์ ดร.อธิวัฒน์ เจี่ยวิวรรธน์กุล

ครอบครัวถือเป็นหน่วยที่เล็กที่สุด และสำคัญที่สุดของสังคมในการทำหน้าที่กล่อมเกลาและปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องให้ สมาชิกในครอบครัว รวมถึงการสร้างความสุข ความรัก ความผูกพัน และความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว จะมีแนวทางการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นได้อย่างไร ในฐานะที่ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร หรือ องค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace) ในองค์กรภาคเอกชน ด้วยแนวคิดความสุขแปดประการ (Happy 8) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยผู้เขียนนำเสนอหลักการของการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุข ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง คนทำงานในองค์กรเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว ผู้บริหารองค์กรเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว ซึ่งผู้เขียนมีความคิดเห็นว่าแนวคิดความสุขแปดประการ สามารถนำมาปรับใช้ในการส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นได้  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >>

ที่มา : อธิวัฒน์ เจี่ยวิรรธน์กุล. (2560). การส่งเสริมครอบครัวอบอุ่นด้วยแนวคิดความสุขแปดประการ (Happy 8). ใน พัชรินทร์ เสรี, บัญญัติ ยงย่วน และแก้วตา นพมณีจำรัสเลิศ (บรรณาธิการ), สารสาระเพื่อการพัฒนาเด้กและครอบครัว ครบรอบ 2 ทศวรรษ ของการก่อตั้งสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว. นครปฐม: สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล, หน้า 67-72.

icon happy family2 s

รางวัลชมเชย 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียโดย นายกฤตษกร จำปาทอง หน่วยงาน บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 

 

เรื่องรังสรรค์ สร้างสุข ในแบบชิค ๆ (ทำน้อย ได้มาก)

นวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และภายใต้สิ่งเหล่านั้นคือความสุข ความรักในงาน การได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้อง ผ่านการรังสรรค์วิธีการคิดบวกโดยการทำงานวิชาการผ่านกระบวนการทางกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องต่อวัฒนธรรมขององค์กร โดยภายใต้การขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนในบริบทที่แตกต่างที่ถูกหล่อหลอมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ภายใต้กรอบแนวคิดในการบริหารจัดการ คือ

รังสรรค์ หมายถึง สร้างสีสันในการทำงาน เพื่อให้เกิดบรรยากาศในการทำงานที่ดี โดยพยายามออกแบบกิจกรรมที่มีความแตกต่างจากเดิม พยายามดึงความเป็นตัวตนของทั้งผู้จัดกิจกรรมและผู้ร่วมกิจกรรมออกมาให้ได้

สร้างสุข หมายถึง สุขที่เกิดขึ้นนั้นต้องเกิดขึ้นจากการสร้างของทุก ๆ คน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการอยู่ในพื้นที่ได้อย่างลงตัว ก่อนให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของทุก ๆ คนในการแสดงความสามารถที่ตนเองถนัดออกมาได้อย่างเต็มที่ บนพื้นที่ ๆ เราอยู่ร่วมกันในองค์กร

รูปแบบกิจกรรมแบบชิค ๆ หมายถึง มีทั้งความทันสมัย ความหลากหลาย แปลกใหม่ ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว โดยไม่ได้ยึดรูปแบบที่ต้องเหมือนใคร แต่สื่อออกมาในความเป็นตัวของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรแสดงถึงจุดยืนที่เป็นจุดแข็งที่สามารถดึงเอาความเป็นตัวของตัวเองออกมาแสดงในรูปแบบที่ไม่มีใครสามารถจะลอกเลียนแบบได้

ทำน้อย ได้มาก หมายถึง การลงทุนในการทำผลงานใด ๆ ก็แล้วแต่เราจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับพนักงานใช้ความรู้ความสามารถที่เขามี พยายามสร้างจิตสำนึกในการคิด ก่อนที่จะลงมือทำ ไตร่ตรองทุกครั้งในการวางแผนเพื่อให้เกิดความรัดกุมในการกระทำ สร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของให้ทุกคนรู้สึกและหวงแหนองค์กร ดังวัฒนธรรมองค์กรของเราคือ คุณภาพ คุณค่า และคุณธรรม

สร้างสุข ในแบบชิค ๆ (ทำน้อย ได้มาก) หมายรวมถึง ตัวเรา องค์กรของเรา เพื่อเป้าหมายที่เป็นหนึ่งเดียวของทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ดังนั้นในกระบวนการจัดกิจกรรมในทุก ๆ ครั้ง จะคำนึงถึงผลของการกระทำในทุก ๆ ครั้งโดยยึดหลักในการบริหารจัดความแตกต่างในเป็น 1 เดียว คือ

1. กิจกรรมต้องตอบสนองความต้องการของทุกคนให้ได้มากที่สุด

2. ต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งรัด แต่เน้นสร้างความเข้าใจให้ซึมซับ ค่อย ๆ พัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมการสร้างความสุขแก่พนักงานในองค์กรของเราจะมีการวางไว้เป็น 4 ระยะใน 1 ปีอย่างชัดเจน (3 เดือน ต่อ 1 ระยะ) ของในทุก ๆ ปี โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในปีนั้น ๆ

ระยะที่ 1 (มกราคม ถึง มีนาคม) ภาพลักษณ์ภายนอก (Personal Image) หมายถึง การมุ่งเน้นกิจกรรมที่สามารถเริ่มที่จะพัฒนาได้ทันที สามารถมองเห็นได้ หรือปรับเปลี่ยนได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่นการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการลงมือจริงในการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ลองปฏิบัติเช่นการเดิน การพูด การติดต่อสื่อสารได้อย่างมั่นใจเป็นการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อให้เกิดความมั่นใจการที่จะวางตัวอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสมและมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์ความสวยความหล่อแต่มุ่งเน้นการวางตัวที่ดูดีมีสง่าให้เป็นที่น่ามองผู้คนอยากเข้ามาพูดคุยติดต่อ ยิ้มแย้มแจ่มใส จากพนักงาน 1 คนเป็น 2 คน และหลาย ๆ คนที่เราสร้างนั้นคือภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวมที่อยู่ภายใต้ความสุขของพนักงานทุก ๆ คน

ระยะที่ 2 (เมษายน ถึง มิถุนายน) สุขภาพจิต (Mental Health) หมายถึง สภาพของจิตใจที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ มีจิตใจเบิกบานแจ่มใส มิให้เกิดความคับข้องใจหรือขัดแย้งในจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข สามารถควบคุมอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งผู้มีสุขภาพจิตดี ย่อมมีผลมาจากสุขภาพกายดีด้วย ดังที่ John Lock ได้กล่าวไว้ว่า “A Sound mind is in a sound body” คือ “จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ดังนั้นกิจกรรมส่วนใหญ่ที่ได้มีการจัดทำในช่วงนี้จะเน้นในเรื่องของการดูแลสภาพจิตใจให้ทุกคนรู้สึกสงบ มีสติในการทำงาน ทำให้เกิดปัญญาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน (เมื่อคนมีความรู้อยู่กับตัวเขาพร้อมจะสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา องค์กรก็เช่นกันเราต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูก เมื่อองค์กรอยู่ได้พนักงานก็อยู่ได้เกื้อหนุนกันอย่างมีความสุข)

ระยะที่ 3 (กรกฎาคม ถึง กันยายน) เกร็ดความรู้ และเทคนิค (TIP&TEHCNIC) หมายถึง การสร้างสรรค์กิจกรรมในระยะนี้จะเน้นเรื่องของการส่งเสริมในเรื่องของความรู้ความสามารถที่พนักงานคนนั้นมีเราพยายามที่จะดึงความสามารถที่เป็นจุดแข็งออกมา ส่วนจุดไหนที่ต้องปรับปรุงเราก็พยายามเสริมสร้างด้วยเทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานมีศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้น

ระยะที่ 4 (ตุลาคม ถึง ธันวาคม) แรงบันดาลใจ (Inspiration) ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีความรู้สึกดังนั้นในช่วงสุดท้ายของทุก ๆ ปี เราก็ต้องเสริมกิจกรรมที่สามารถสร้างกำลังใจในการทำงานให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวยังมีเพื่อนในทีมงานที่พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคพร้อมอยู่เคียงข้างคอยให้คำปรึกษาในทุก ๆ เรื่องกับเขาได้ เป้าหมายของทุกคนคือเป้าหมายของทีมไม่ใช่เป็นของคนใดคนหนึ่ง

โดยวิธีการเทคนิคในการขับเคลื่อนกิจกรรมขององค์กร เราอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีในการเข้ามาช่วยเหลือ จุดเด่นในการจัดกิจกรรมที่นอกจากความหลากหลาย และความต่อเนื่องในทุก ๆ เดือนเราจะมีกิจกรรมอย่างน้อย 5 กิจกรรม (เน้นจัดกิจกรรมก่อนวันหยุด คือทุกวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายพร้อมที่จะเรียนรู้และสนุกไปกิจกรรม) ดังนั้นแทบจะพูดได้เต็มปากว่ากิจกรรมของเราที่มีการจัดขึ้นต้นทุนในการนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมเป็น 0 บาท เพราะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และกลุ่มเพื่อนจากภายนอก มาดำเนินการให้ฟรี แต่ผลที่เราได้รับจากการจัดกิจกรรมในทุก ๆ ครั้ง นอกจากพนักงานจะได้ความรู้ และความพึงพอใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมอยู่ในระดับที่ดีมากแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือการให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมในทุก ๆ ครั้งเราจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตามเป้าหมายนั้นแสดงได้ว่ากิจกรรมที่เราจัดขึ้นคือสิ่งที่พนักงานต้องการ สิ่งที่เราพยายามสร้างหรืออยากให้เขาเป็นคือสิ่งที่เขาอยากจะเป็นด้วย

ดังนั้น คำตอบที่เราได้รับหลังจากได้นำกระบวนการในการจัดกิจกรรมสร้างความสุขแก่พนักงานในองค์กร ไม่ใช่กิจกรรมที่เราทำตามหน้าที่หรือประเพณีนิยมที่ทำแล้วก็จบไป และเป็นมากกว่านวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เราได้คือ หัวใจ ของพนักงาน เลือดเนื้อของเขา ที่ยอมอุทิศในการสร้างองค์กร ที่เป็นมากกว่าองค์กร แต่มันคือบ้านหลังหนึ่งของเขาที่เป็นเสมือนที่พักพิงทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อนร่วมงานก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัว กล้าที่จะให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาที่ดี และเป็นพี่เลี้ยงยามที่ต้องการกำลังใจ

สุดท้ายแล้วอยากจะบอกถึงหลาย ๆ องค์กรที่เริ่มทำกิจกรรมสร้างความสุขในองค์กรว่า คุณค่าในการจัดกิจกรรมไม่ได้วัดกันที่เงินลงทุน แต่วัดกันที่ทุนทางจิตใจที่เริ่มต้นและลงมือทำ จากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่คุณก็สามารถเริ่มทำในองค์กรคุณอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ที่เรามอบให้พนักงานอีกหลาย ๆ คนเขาได้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ในองค์กรเดิม จากโอกาสที่สามารถสร้างเวทีให้เขาได้ดึงศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง และการสนับสนุนจากกระบวนการจัดกิจกรรมที่ใคร ๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แทนที่จะเอาเวลาไปแสวงหาผลกำไรโดยไม่ได้คำนึงถึงพนักงานที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า วันหนึ่งพนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอาจจะเป็นผู้ช่วยให้องค์กรคุณอยู่รอดก็เป็นไปได้ 

รางวัลชมเชย 1: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียโดย นายอดิศพงษ์ อุไรกุล หน่วยงาน บริษัท พาเนล พลัส จำกัด

สร้างสุข ด้วยใจ ใส่ใจชุมชน PNP จิตอาสา ทำความดีถวายพ่อ

ก่อนอื่นเลยผมขอออกตัวว่าไม่ใช่นักเขียน แต่จะทำหน้าที่ในการถ่ายทอดให้ผู้ที่ได้อ่านเรื่องราวที่ผมจะสื่อสารให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบ ผ่านตัวอักษร ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

กระผม นายอดิศพงษ์ อุไรกุล ตำแหน่ง หัวหน้าแผนกมวลชนสัมพันธ์ อายุงาน 10 ปี 4 เดือน จะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ เล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร (Happy Workplace)

มาทำความรู้จักบริษัท พาเนล พลัส จำกัด....

กลุ่มบริษัท พาเนล พลัส เดิมใช้ชื่อว่าเอ็มพี ปาร์ติเกิล บอร์ด ได้ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ. 2533 ภายใต้การบริหารของกลุ่มมิตรผล เราเป็นบริษัทชั้นนำในการผลิต ไม้ปาร์ติเกิล ไม้เอ็มดีเอฟ และไม้เคลือบเมลามีน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนไม้โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและระบบการบริหารการจัดการที่มีประสิทธิภาพ สามารถผลิตไม้
ปาร์ติเกิล 300,000 ลูกบาศ์เมตรต่อปี ไม้เอ็มดีเอฟถึง 300,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี และกระดาษเคลือบเมลามีน 23.5 ล้านตารางเมตรต่อปี พาเนล พลัส จึงเป็นที่ยอมรับในเอเซียว่าสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

PANEL PLUS ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสรรค์ อย่างมีคุณค่าด้วยการจัดการอย่างมืออาชีพ กลับคืนสู่คู่ค้าลูกค้าและธรรมชาติอย่างลงตัว บริษัท พาเนล พลัส จำกัด ภายใต้การบริหารของกลุ่มมิตรผล เราเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไม้ปาร์ติเกิล ไม้เอ็มดีเอฟ และไม้เคลือบเมลามีน รายใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร และโรงงานทั้ง 2 สาขา อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสงขลา

          สำหรับการดำเนินงาน Happy Workplace ได้รับนโยบายจากกลุ่มมิตรผล ให้เกิดความสอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร ดังนี้

1. มุ่งสู่ความเป็นเลิศ (Excellence)

2. ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ขยันและอดทน (Integrity)

3. จริงใจและเชื่อถือได้ (Trustworthiness)

4. ใส่ใจและรับผิดชอบต่อสังคม (Care & Accountability)

5. สรรค์สร้างนวัตกรรม (Innovation)

แนวคิดกิจกรรม

          ที่มาของกิจกรรมเกิดจากความต้องการของพนักงานทั้งบริษัทฯ ที่อยากจะทำกิจกรรมสร้างสุขให้กับชุมชนรอบบริเวณโรงงานและที่สำคัญเพื่อร่วมกันทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน และสอดคล้องกับผลสำรวจพนักงานในองค์กรรู้สึกผูกพันกับองค์กร (Engagement) ที่มีการสำรวจเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผลการสำรวจในปี 2559 ที่ผ่านมา หัวข้อการทำประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนรอบโรงงานติดอับดับ 1 ใน 3 ที่พนักงานลงความเห็นว่าเป็นสิ่งที่องค์กรทำได้ดีและพนักงานมีความเป็นส่วนร่วม

จากความต้องการของพนักงาน ดังกล่าว ได้สานต่อโดย คณะทำงาน Happy Workplace ของบริษัทฯ เป็นที่มาของกิจกรรมที่ชื่อว่า “สร้างสุข ด้วยใจ ใส่ใจชุมชน PNP จิตอาสา ทำความดีถวายพ่อ ” และพนักงานทั้งบริษัทฯ ได้เสนอให้ใช้งบประมาณ งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี เป็นงบประมานในการดำเนินกิจกรรมทั้งหมด

ขั้นตอนในการดำเนินกิจกรรม

          1. ลงพื้นที่ชุมชนรอบบริเวณโรงงาน ได้กลุ่มเป้าหมายและสถานที่ ดังนี้

- โรงเรียนบ้านคลองปอม ทำกิจกรรมทาสี อาคารเรียน และปลูกต้นชาดัด เพื่อเป็นแนวรั้วของโรงเรียน

- โรงเรียนเทศบาล 1 ชุมชนบ้านอุดมทองและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลพะตง ทำกิจกรรม ทาสีปรับปรุงรั้วโรงเรียน และทำตู้ล๊อดเกอร์ใช้อุปกรณ์การเรียน

- โรงเรียนวัดปรางแก้ว ทำกิจกรรมทาสีอาคารโรงเรียน และปรับปรุงอาคารโรงอาหาร

- โรงเรียนบ้านไร่ วัดบ้านไร่ และที่ทำการตำรวจชุมชนบ้านไร่ ทำกิจกรรมทาสีรั้วโรงเรียนและวัด ปรับปรุงภูมิทัศน์ที่ทำการตำรวจชุมชนบ้านไร่

         2. แบ่งพนักงานทั้งหมดออกเป็น 4 รุ่น เพื่อทำกิจกรรมตามกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่รอบบริเวณโรงงาน

         3. กำหนดวันในการทำกิจกรรมตาม กะการทำงานพนักงาน เพื่อให้กระทบกับการทำงาน

สิ่งที่ได้จากกิจกรรม

-          - พนักงานได้ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

-          - พนักงานมีความสุขที่ได้มีกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้กลับชุมชนรอบบริเวณโรงงาน

-          - พนักงานได้รับการปลูกฝัง เรื่อง สุขด้วยการให้ และ การทำกิจกรรม จิตอาสา และจิตสาธารณะ

-          - พนักงานได้มีกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และความสามัคคีในทั้งภายใน (บริษัทฯ) และภายนอก (ชุมชนรอบบริเวณโรงงาน)

พนักงาน บริษัท พาเนล พลัส จำกัด ได้มองมุมมองของการสร้างสุขแบบให้ครบ 360 องศา โดยมองเห็นและได้ให้ความสำคัญกับชุมชนที่โรงงานได้ตั้งอยู่ โดยการแบ่งปันความสุข แม้จะน้อยเมื่อเทียบสิ่งที่ “องค์ในหลวง รัชกาลที่ 9” ได้ทรงทำให้ประชาชนของพระองค์ พวกเราชาว PNP จะน้อมนำ “คำที่พ่อสอน” มาใช้ในการดำเนินชีวิต และ "ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ" เดินไปด้วยกัน และเติบโตไปด้วยกัน พัฒนาธุรกิจควบคู่กับการสร้างสรรค์ชุมชน

 

 

                

             

รางวัลที่ 3: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียนโดย นายภูวพัฒ   จันทร์มี หน่วยงาน บริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง จำกัด

ความสุขสไตล์เถ้าแก่

         “ความสุข” แบบสไตล์เถ้าแก่ ของบริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง นั้น เกิดขึ้นจากการที่มีคนคิด คนให้ แล้วมีคนทำ มีผู้บริหารสนับสนุน ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยมีรูปแบบ มีทฤษฎีมากนัก เราเป็นระบบครอบครัว ระบบเถ้าแก่  ที่ไม่มีโครงสร้างการบริหารซับซ้อนเหมือนบริษัทที่มีมาตรฐาน หรือองค์กรใหญ่ ๆ โดยทั่วไปเป็นการสร้างสุขที่เกิดขึ้นแบบง่าย ๆ ในการเป็นครอบครัวเดียวกัน

          ช่วงกลางปี พ.ศ. 2558 หลังจากที่บริษัทได้เปลี่ยนชื่อบริษัท เป็นบริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง จำกัด โอนกิจการจากบริษัทเดิมซึ่งเป็นระบบกงสีพี่น้องมาบริหารงานแบบเจ้าของคนเดียว การสร้างสุขในองค์กร เริ่มนำมาใช้แบบค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่ได้มีการจัดหลักสูตรฝึกอบรมให้กับพนักงานโดยใช้ชื่อหลักสูตร เช่น ทำงานอย่างไรให้มีความสุข การสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงาน รุ่นละ 50 คน พนักงานเริ่มมีวิธีคิด รู้จักที่จะสร้างสรรค์ความสุขและสิ่งที่เกิดประโยชน์กับตัวเอง นอกเหนือจากการทำงานเพื่อการปฏิบัติงานให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมาย

           ผู้บริหารเริ่มเป็น “ผู้ให้” นำพนักงานระดับผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน วิศวกร และในระดับเจ้าหน้าที่งานสำนักงาน งานเอกสารไปท่องเที่ยว พักผ่อน เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน และสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้นำทีมที่จะร่วมกันสรรสร้าง บริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง ให้เป็นครอบครัวที่มีความเข้มแข็ง เกิดความร่วมมือในการทำงาน และทำงานด้วยความสามัคคี ปลอดภัย

            มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อม สถานที่การทำงานให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เครื่องจักรไม่แออัด มีความปลอดโปร่ง สถานที่ทำงานน่าอยู่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุในการทำงาน   เนื่องจากเป็นบริษัท ที่ผลิตอุปกรณ์เครื่องจักรกลการเกษตร วัตถุดิบที่นำมาผลิตจะเป็นเหล็กเกือบ 100 % โดยในปี 2558 และปี 2559 เกิดอุบัติเหตุในการทำงานเกิดขึ้นเฉลี่ยปีละ 2-3 ครั้ง

            ในรอบ 1 ปี อุบัติเหตุเป็น 0 ประมาณ 8-9 เดือน ผลจากการที่บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจาก “คน” ในองค์กร เป็นอย่างดียิ่ง จากพนักงานทุกระดับในองค์กร

            12.00 น. เป็นเวลาพักเที่ยงของบริษัทฯ พนักงานส่วนมาก ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นก็จะกลับไปทานข้าวเที่ยงที่บ้าน บางคนนำอาหารมาจากบ้าน บางคนไปนั่งทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารตามสั่งหน้าโรงงาน จากการที่เราเป็นระบบครอบครัว พนักงานเรียกเจ้าของกิจการ (เถ้าแก่) ว่า “เฮีย”  เรียกภรรยาเจ้าของว่า “เจ๊” ทำให้ความใกล้ชิดระหว่างผู้บริหาร และพนักงานนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดี พนักงานทุกระดับสามารถเข้าพบปรึกษาหารือกับเถ้าแก่ได้ตลอดเวลา

            ในปี 2559 ที่ผ่านมาเถ้าแก่บอกเราว่าจะจัดเลี้ยงอาหารมื้อเที่ยงให้พนักงานทุกคนในโรงงานทุกเดือนเดือนละ 1 ครั้ง โดยเจ๊จะจัดทำปรุงอาหารเอง เช่น ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บ หรือสั่งไอศครีมกะทิแจกพนักงานคือการสร้างสุขแบบง่าย ๆ ของเรา คิดแล้วทำ เป็นการแบ่งปันความสุข แบบผู้ให้มีความสุข ผู้รับ อิ่มท้อง อิ่มสุข อิ่มใจไม่ต้องเขียนโครงการ หลักการและเหตุผล ให้ยุ่งยาก ซับซ้อน

            เราไม่ได้ “สร้างสุข” เพื่อให้เกิดปัจจัยหรือเงื่อนไขหรือเพื่อเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความสำเร็จ แต่เป็นการแบ่งปันความสุขจากผู้ให้ไปถึงผู้รับด้วยใจ

           มีพนักงานกลุ่มหนึ่ง ชอบเล่นฟุตบอลในเวลาพัก หลังจากได้ทานอาหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนำเศษเหล็กจากวัตถุดิบในการผลิต มาประกอบทำเป็นประตูเล็ก ๆ (โกล์ฟุตบอล) แบ่งข้างทีมละ 5 คนบ้าง 7 คนบ้าง โดยใช้พื้นที่ว่างในบริเวณโรงงาน เป็นสนามฟุตบอล และพวกเขาเหล่านี้ก็จะเป็นนักกีฬาฟุตบอล หรือฟุตซอลของโรงงานไปโดยอัตโนมัติ และก็ยินดีที่จะสละเวลาหลังเลิกงานเมื่อมีกิจกรรมแข่งขันกีฬาภายนอกในโอกาสต่าง ๆ อย่างเช่น การแข่งขันกีฬาฟุตซอลในโครงการแข่งขันกีฬาพลังกาย-พลังใจ ต้านภัยยาเสพติด ในปี 2559 ซึ่งจัดโดยเทศบาลตำบลเบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นการสนับสนุนกิจกรรมที่สอดคล้องกับโครงการโรงงานสีขาวของบริษัทฯ ไปควบคู่กัน

          ทั้งนี้บริษัท ได้รับเกียรติบัตรโรงงานสีขาวดีเด่น ปี 2554 (ชื่อบริษัทเดิม) และได้รับใบรับรองมาตรฐานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานประกอบกิจการ (มยส.) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2558 ในนามบริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง จำกัด

          ในปี 2560 เดือนเมษายน เรานำกีฬาฟุตบอลซึ่งพนักงานได้เล่นกัน สนุกสนานยามพักเที่ยง มาจัดเป็นการแข่งขันแบบเป็นทางการ โดยมีเงินรางวัล และถ้วยรางวัลมอบให้ โดยผู้บริหารสนับสนุนรางวัล  ผู้นำเสนอนั้นเป็นพนักงานระดับหัวหน้างาน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เล่น ที่เล่นฟุตบอลตอนพักเที่ยงกันประจำ โดยใช้ชื่อการแข่งขัน “ฟุตบอลพักเที่ยง หลีกเลี่ยงยาเสพติด”

          อีกหนึ่งกิจกรรมที่คณะผู้บริหาร และพนักงานร่วมแสดงพลังความสามัคคี  คือกิจกรรมถวายความอาลัย ถวายความจงรักภักดี ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 9) ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างพร้อมเพรียงจากพนักงาน

          บริษัทฯ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการดำเนินโครงการบ้านท้องถิ่นประชารัฐร่วมใจ เทิดไทองค์ราชัน ราชินี ร่วมกับเทศบาลตำบลเบิกไพร

อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ในปลายปี 2559 เป็นกิจกรรมที่แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ในลักษณะประชารัฐร่วมกันในการดำเนินงานเฉลิมพระเกียรติฯ

ด้วยการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พนักงานของบริษัทฯ เข้าร่วมในโครงการ รักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน ของเทศบาลท้องถิ่น ร่วมเก็บผักตบชวาในลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ในทุก ๆ ปี ที่ทางเทศบาลขอความร่วมมือ

          เข้าร่วมกิจกรรมขบวนแห่ งานสงกรานต์ตำบลเบิกไพร อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรีทุก ๆ ปี

          และเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ บริษัทฯ ได้จัดให้มีกิจกรรมตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง  
สรงน้ำขอพรจากพระสงฆ์ รดน้ำขอพรจากผู้บริหาร รวมถึงจัดงานสังสรรค์ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา

          บริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง จำกัด ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา

          นี่คือเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ของบริษัท เค.เค.บี.บ้านโป่ง จำกัด โรงงานเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เราสร้างสรรค์ความสุขในรูปแบบวัฒนธรรมการบริหาร และวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นของเรา ให้ความรักแก่คนในครอบครัว ให้ความจริงใจแก่สัมพันธภาพ ไม่สร้างความสุขด้วยการกำหนดกฎเกณฑ์ หรือมีปัจจัยอะไรมาเกี่ยวข้องมากนัก ส่งเสริมกำลังใจจากผู้ให้ ส่งให้ผู้รับมีความสุข ความสุขทำให้เกิดความรู้สึกด้านบวก ในขณะเดียวกันความรู้สึกด้านบวกนั้นก็ส่งผลให้เกิดความสุข เช่นกัน

                                      เรื่องเล่าของผมครับ “ความสุขสไตล์เถ้าแก่” 

 

          

                                                                             

รางวัลที่ 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียนโดย นางสาวจิรวดี อิ่มสกุล หน่วยงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

 

สุขที่ให้ สุขที่แบ่งปัน

                                                                                                             

มิถุนายน ๒๕๖๐

                    ปลายเดือนมิถุนายน พวกเราในฝ่ายฯ นัดกันมาทำความสะอาดห้องทำงานเพื่อรวบรวมและ จัดเก็บเอกสารภายในฝ่ายให้เรียบร้อย ปีนี้เป็นปีที่สิบหกที่ฉันทำงานที่นี่ ฉันตั้งคำถามถามตัวเองว่างานที่ฉันทำ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้สร้างคุณค่าและความสุขให้คนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน แล้ววันนั้นฉันได้พบกล่องใส่เอกสารบางอย่างที่ทำให้ย้อนนึกไปถึงกิจกรรมที่องค์กรของเราได้ริเริ่มจัดขึ้น และอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ลงทั้งแรงกาย พลังใจทำจนสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจและความอิ่มเอิบใจของทุกคน และฉันเองก็เกือบลืมความรู้สึกและคุณค่าในสิ่งที่ทำนั้นไปแล้ว

                    ย้อนหลังไปเกือบสิบปี การสัมมนาบุคลากรที่จัดขึ้นทุกปีได้ริเริ่มกิจกรรมหนึ่งที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ให้ ยังประโยชน์ให้กับผู้รับ เป็นความสุขที่ได้ให้ เป็นความสุขที่ได้แบ่งปัน เราตั้งชื่อกิจกรรมนั้นว่า “เติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่สู่น้อง”  กิจกรรมเติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่สู่น้อง เริ่มต้นจากความคิดที่ว่าองค์กรของเราเป็นองค์กรของรัฐที่รับผิดชอบงานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ แล้วเราก็อยากจะนำความรู้ ความสามารถในเชิงวิชาการที่เรามีไปแบ่งปันให้กับกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลน และในการแบ่งปันนั้น เราก็อยากให้พนักงานในองค์กรของเราทุกคนมีส่วนร่วม ได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม และได้มีโอกาสทำงานเพื่อตอบแทนสังคม

 

พฤษภาคม ๒๕๕๒

                    ทีมงานจัดกิจกรรมเริ่มต้นเสาะหาโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย โดยเลือกโรงเรียนขยายโอกาสที่นักเรียนมีความขาดแคลน เราประชุมและตั้งเป้าหมายกันว่าจะได้นำหนังสือเรียน หนังสืออ่านนอกเวลา อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่เป็นผลผลิตของเราไปส่งมอบยังห้องสมุดของโรงเรียน รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กับนักเรียนทุกระดับในโรงเรียน เราจะเชิญโรงเรียนประถมเล็ก ๆ ในย่านนั้นมาเข้าร่วมกิจกรรมกับเราด้วย ก่อนงานจะเริ่มในเดือนกันยายน ฉันจำได้ว่าเราเดินทางไปยังโรงเรียนเป้าหมาย ในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ตอนนั้นฉันไม่เคยเดินทางเข้าไปในป่าลึก ๆ ฉันเป็นเด็กในเมืองที่เติบโตและเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ไม่เคยมีความขาดแคลน ฉันนึกภาพของโรงเรียนที่ขาดแคลนได้ไม่ชัดเจน

                    เราไปถึงโรงเรียนและได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคณะครูในโรงเรียน เราเข้าไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหนึ่งวันในเดือนกันยายน เราพยายามที่จะจัดช่วงเวลาของการทำกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ โดยวางแผนกันว่ากิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนั้น นับตั้งแต่คณะของเราไปถึงจนสิ้นสุดกิจกรรมในตอนเย็น จะต้องเป็นการใช้เวลาทุก ๆ นาทีให้มีความคุ้มค่ามากที่สุด เด็กนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมกับเราจะต้องได้รับความรู้ ได้เปิดโลกการเรียนรู้ และเกิดความรักความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

                    ก่อนงานเริ่มในเดือนกันยายน เรากลับไปโรงเรียนอีกประมาณสองถึงสามครั้ง เพื่อประชุมเตรียมงานร่วมกับคณะครูในโรงเรียน และแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบมอบหมายร่วมกัน การทำงานร่วมกับคุณครูที่โรงเรียน ทำให้ฉันมองเห็นความตั้งใจของคุณครูทุกคน มองเห็นสิ่งที่คุณครูอยากให้เราทำเพื่อเด็ก ๆ ในโรงเรียน

ฉันซาบซึ้งและเข้าใจเลยว่าครูที่มีความเสียสละและมีแต่การให้เป็นอย่างไร ฉันรู้สึกว่าในความขาดแคลนสิ่งนอกกายภายนอกหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เป็นเพียงสิ่งน้อยนิดเท่านั้น หากแต่สิ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือหัวใจและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของคุณครูทุกคน

กันยายน ๒๕๕๒

                   แล้ววันงานก็มาถึง พนักงานเกือบ ๓๐๐ ชีวิตเดินทางไปที่นั่น พอทุกคนลงจากรถบัส ทุกคนต่างรู้หน้าที่ตัวเองดีว่าจะไปประจำอยู่จุดไหนในโรงเรียน เราใช้ห้องเรียนทั้งหมดที่มีอยู่เป็นห้องจัดกิจกรรม โดยจัดเป็นฐานกิจกรรมให้เรียนรู้ เด็ก ๆ นักเรียนจะเดินไปยังฐานกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนการเดินเรียน ซึ่งแต่ละรอบของการจัดกิจกรรมแต่ละฐานจะอยู่ที่ประมาณ ๒๕-๓๐ นาที เรามีฐานกิจกรรมที่แบ่งให้มีความเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละระดับ ทั้งมัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และนักเรียนชั้นประถม โดยเราแบ่งนักเรียนกว่า ๗๐๐ คน ออกเป็น ๒๕ กลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๓๐ คน

                   พนักงานของเราจะอยู่ประจำห้องเรียน โดยกิจกรรมที่จัดนั้น พนักงานแต่ละฝ่ายจะเป็นผู้ที่ออกแบบกิจกรรมกันเอง โดยใช้ทรัพยากร เครื่องมือ อุปกรณ์หรือสื่อการเรียนการสอนที่เรามีอยู่มาสร้างสรรค์และประยุกต์การทำกิจกรรม นอกจากนี้เรายังมีส่วนที่เป็นกิจกรรมเวทีส่วนกลางที่เปิดโลกการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก ๆ ได้ทดลองและลงมือปฏิบัติจริง รวมไปถึงการจัดฉายภาพยนตร์ทางวิทยาศาสตร์ และการแสดงละครวิทยาศาสตร์อีกด้วย

                   เราจัดพี่เลี้ยงคอยดูแลนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยเป็นอาสาสมัครจากพนักงานของเราเอง ที่มาจากหน่วยงานสนับสนุนขององค์กร ที่อาจไม่มีความถนัดในเรื่องเชิงวิชาการ แต่มีจิตอาสาที่จะมาช่วยงานและคอยดูแลเด็ก ๆ ตั้งแต่เข้ากิจกรรมในฐานแรก ดูแลเรื่องอาหารการกินในช่วงเที่ยง จนเสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงเย็น 

                   เราโบกมืออำลาเด็ก ๆ ในตอนท้ายของวัน เด็ก ๆ ชั้นประถมที่มาจากต่างโรงเรียนแยกย้ายกันขึ้นรถที่คณะครูพามา ครูจากโรงเรียนประถมบอกกับเราว่าเด็ก ๆ เหล่านี้บางคนบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน จากจุดที่ครูจะไปส่ง เด็ก ๆ อาจต้องเดินเท้ากลับไปบ้านอีก และเนื่องจากเป็นโรงเรียนชายขอบตะเข็บชายแดน เด็กส่วนใหญ่ที่มาเรียนที่โรงเรียนก็เป็นเด็กชาวไทยภูเขา ฉันอ่านชื่อนามสกุลเด็ก ๆ ถึงได้แปลกใจว่าทำไมเด็กหลายคนจึงมีนามสกุลเดียวกัน  

                   เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตลอดทั้งวันในวันนั้น ฉันมั่นใจว่าพนักงานของเราทุกคนต่างมีความรู้สึกแบบเดียวกัน นั่นคือ ความรู้สึกแห่งความเอิบอิ่มใจในสิ่งที่ได้ทำให้กับเด็ก ๆ ในชนบทที่ห่างไกล เป็นความสุขที่ได้สร้างคุณค่าให้กับตนเอง เป็นความตื้นตันในหัวใจที่ได้มีโอกาสสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนของชาติให้เกิดความเข้าใจและรักที่จะเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี สำหรับตัวฉันเอง ภาพสะท้อนจากการทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งนี้ ทำให้ฉันเห็นถึงความรักและความสามัคคีในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร แม้ว่าในองค์กรเราจะต่างทำงานกันคนละแผนก คนละฝ่าย และคนละบทบาทหน้าที่ แต่เมื่อเราได้มีโอกาสมาทำงาน

ส่วนรวมร่วมกัน เราก็ต่างนำความรู้ ความสามารถ พลังกายและพลังใจมาช่วยกันสร้างสรรค์ แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ความสุขจากการร่วมมือร่วมใจในวันนั้น เป็นความสุขที่ทุกคนได้รับร่วมกัน  และเป็นความสุขจากการที่ได้เป็นผู้ให้ เป็นความสุขที่ได้มีโอกาสแบ่งปัน และเป็นความสุขที่ได้เติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่ไปสู่น้อง ๆ อย่างแท้จริง

มิถุนายน ๒๕๖๐

                   ปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ ฉันพบกล่องใส่โปสการ์ด เมื่อเปิดดูทำให้ย้อนนึกไปถึงกิจกรรมที่องค์กรของเราได้ริเริ่มจัดขึ้น และอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ลงทั้งแรงกาย พลังใจ ทำจนสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจและความอิ่มเอิบใจของทุกคน

                   ...ฉันหยิบโปสการ์ดพวกนั้นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง...