บทความ - happy-workplace.com

บทความ

รางวัลชนะเลิศ: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขนองค์กร เขียนโดย ทพญ.สุรีรัตน์ สูงสว่าง จากโรงพยาบาลน่าน   

อิ่มสุข อิ่มใจ...ในโรงทานอิ่มบุญฯ 

น่าน จังหวัดเล็ก ๆ ของประเทศไทย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกสุดของภาคเหนือที่มีอาณาเขตทิศเหนือและตะวันออกติดต่อกับประเทศลาว มีประชากร 479,916 คน ประกอบด้วยประชากรหลายชาติพันธุ์ ทั้งคนเมืองและชาวเขา ลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนมากกว่าพื้นที่ราบ ในอดีตการเดินทางมาจังหวัดน่าน มีเพียงเส้นทางคมนาคมทางบกด้วยรถยนต์เท่านั้น ด้วยระยะทางห่างไกลถึง 668 กม.จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดน่าน และเส้นทางที่คดเคี้ยวและสูงชันทำให้ ความเจริญทางด้านวัตถุมาถึงน่านได้ไม่ง่ายนัก จนถึงทุกวันนี้น่านยังคงมีลักษณะเป็นสังคมชนบทที่ผู้คนมีวิถีชีวิตเรียบง่ายไม่วุ่นวายเหมือนในเมืองใหญ่

แม้จังหวัดน่านจะอยู่ชายแดนและห่างไกล แต่น้ำพระทัยจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตลอดจน     พระบรมวงศานุวงศ์ ยังพระราชทานมาจนถึงพสกนิกรของพระองค์ จังหวัดน่านได้รับการมาเยือนจากการเสด็จพระราชดำเนินและการทรงงานในพื้นที่ด้วยเหตุจากเป็นพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารหลายต่อหลายครั้ง นั่นจึงเป็นที่มาของความรักและเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ของชาวน่าน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่านเช่นกัน

"โรงทานอิ่มบุญเฉลิมพระเกียรติ" จึงเป็นกิจกรรมที่ได้จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ณ โรงพยาบาลน่าน โดยจัดกิจกรรมในช่วงระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2558 เวลา  12.00-13.00 น. ทุกวัน ยกเว้นวันหยุดราชการ ความคิดนี้เกิดขึ้นจากคณะทำงานจากทุกกลุ่มงานในโรงพยาบาลน่าน คิดจะทำกิจกรรมบางอย่าง เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจ้าหญิงในดวงใจผู้เป็นที่รักยิ่ง คณะทำงานรวมทีมได้ก่อนที่จะมีการจัดกิจกรรมเพียง 2 อาทิตย์ โดยในเบื้องต้นยังไม่ทราบว่าจะต้องหาเงินเพื่อดำเนินกิจกรรมนี้จากที่ใด แต่ด้วยพลังความเชื่อมั่นและศรัทธา และคิดว่าจะสามารถดำเนินกิจกรรมนี้ได้ การวางแผนงานเริ่มจากคิดกันว่า อาหารที่จะนำมาแจกจะต้องมีอะไรบ้างและปริมาณเท่าใด ในครั้งแรกมีการเสนอความคิดว่าให้ประกาศหาเจ้าภาพในแต่ละวัน เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณเป็นเงินวันละ 3,000 บาท เพื่อใช้เป็นค่าข้าวและอาหารอีก 2 อย่าง ซึ่งจะได้อาหารสำหรับรับประทานประมาณ 150 จาน โดยอาศัยความร่วมมือในการประกอบอาหารจากชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตเทศบาลเมือง และขอความร่วมมือในการตัก แจก บริการอาหาร โดยจิตอาสาทั้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลน่านและชุมชน เมื่อนำความคิดนี้ไปเสนอต่อทีมที่ปรึกษาได้แก่อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน และคณะผู้บริหารชุดปัจจุบัน ก็ได้รับการอนุมัติและสนับสนุนให้ดำเนินการทันที โครงการโรงทานอิ่มบุญฯ จึงได้เริ่มต้นขึ้น

               ในวันที่ 1 เมษายน 2558 ซึ่งเป็นวันแรกของกิจกรรมโรงทานอิ่มบุญฯ จากการที่เตรียมอาหารจำนวน 150 จาน ด้วยงบประมาณเริ่มต้น 3,000 บาท ปรากฏว่าอาหารไม่เพียงพอ ยังมีผู้มารอรับบริการอีกจำนวนมาก ถ้าต้องเตรียมอาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคน ประมาณ 1,000 คนต่อวัน ต้องใช้งบประมาณวันละ 15,000 บาท ในบ่ายวันนั้นคณะทำงานจึงได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ผลการดำเนินงานพร้อมประกาศขอความร่วมมือสนับสนุนเป็นเจ้าภาพทาง social network ซึ่งได้รับผลตอบรับเกินคาด หลังจากมีการประชาสัมพันธ์ออกไป มีเจ้าภาพที่ขอบริจาคสมทบทุนเพิ่มขึ้นทันที และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ในวันต่อ ๆ มามีงบประมาณเพียงพอที่จะทำโรงทานแจกอาหารได้อย่างทั่วถึงทุกวัน ความภูมิใจหนึ่งของคณะทำงานก็คือ เงินที่ใช้ในกิจกรรมโรงทานล้วนมาจากเงินจากผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์จะเป็นเจ้าภาพร่วมกัน และผู้มารับบริการเป็นประชาชนผู้มารับบริการที่โรงพยาบาลน่าน ด้วยงบประมาณที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่วางแผนว่าทำโรงทานที่เป็นอาหารจานเดียว ก็ได้มีรายการอาหารเพิ่มขึ้น เป็นไอศกรีมที่เพิ่มเป็นของหวานสำหรับทุก ๆ วัน อีกทั้งยังมีเจ้าภาพที่ขอร่วมบริจาคอาหารพิเศษสมทบในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากอาหารหลักที่เป็นอาหารจานเดียว เพิ่มเป็น กระเพาะปลา ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หอยทอด รวมมิตร ขนมปังรวมทั้งน้ำหวานต่าง ๆ โดยอาหารและขนมหวานต่าง ๆ ที่เพิ่มมานั้นมีเจ้าภาพทั้งที่ประสงค์บริจาคเป็นเงินให้คณะทำงานไปบริหารจัดการเอง และเจ้าภาพนำอาหารมาร่วมแจกเองในแต่ละวัน


               แม้ว่าเงินจะมีความสำคัญในการเป็นงบประมาณในการขับเคลื่อนโรงทาน แต่สิ่งที่คณะทำงานได้พบว่าสิ่งสำคัญกว่างบประมาณ นั้นก็คือ “ใจ” คณะทำงานทุกคนต่างร่วมทำงานด้วยใจ ด้วยตระหนักดีว่างานนี้เป็นงานพิเศษ เป็นงานนอกเหนือจากงานหลักที่ทุกคนมีงานประจำตามหน้าที่อยู่ คณะทำงานที่ประกอบไปด้วยทีมทำงานที่มาจากทั้งวิชาชีพแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล ทีมสุขศึกษา ทีมเวชกรรมสังคม ฝ่ายบริหาร และอื่น ๆ ตัวแทนจากทุกหน่วยงานในโรงพยาบาล ต่างร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่ในส่วนที่อาสารับผิดชอบกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ ติดต่อชุมชน การร่วมบริจาค การรับบริจาค การประสานงาน การกำหนดตารางรายการอาหาร การบริการจัดเตรียมสถานที่ การตักแจกจ่ายอาหาร ตลอดจนการเก็บกวาด ทำความสะอาด ล้างภาชนะ กลายเป็นกิจกรรมที่จิตอาสามาร่วมกิจกรรมต่างทำด้วยความเต็มใจ ภาพของรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความร่วมแรงร่วมใจ ในการให้บริการแก่ผู้ที่มารับบริการที่โรงทาน เป็นภาพที่สร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และสร้างความสุข ความรู้สึกอิ่มบุญ อิ่มใจ ให้จิตอาสาที่มีส่วนได้เป็นผู้ให้ แต่กลับได้เรียนรู้ว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้” เพราะยิ่งออกแรงตักแจกอาหารมากเท่าไร ยิ่งได้กล้ามแขนเพิ่มมาเท่านั้น ไม่ว่าจะจากการตักไอศกรีม ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว แคะทาโกยากิ ฯลฯ เป็นการออกกำลังกายไปในตัว นอกจากนั้น การบริการด้วยรอยยิ้ม แจกไปยิ้มไป ตักไปยิ้มไป ยังทำให้ได้รอยยิ้ม และคำขอบคุณ และเรื่องราวเล็ก ๆ ที่สร้างรอยประทับใจกลับมามากมาย ไม่ว่าจะเป็น

               คุณลุงผู้มารับบริการ รพ. น่าน พึ่งได้ทานหอยทอดครั้งแรกในชีวิตก็ครั้งนี้ คุณลุงเดินมาขออนุญาตทีมงาน แบบซื่อ ๆ ว่า “มันอร่อยมาก ลุงขอไปเข้าแถวอีกทีได้มั้ย ขอกินอีก 1 จานนะ”

               คุณป้าเดินมาขอถุงร้อนใส่อาหาร เพราะคุณป้าเสียดายอาหารในจานที่ตัวเองทานไม่หมด บอกจะได้เก็บเป็นมื้อเย็นอีกที

               คุณพ่อของคนไข้ที่อยู่ กทม. ลูกชายประสบอุบัติเหตุรักษาตัวอยู่ รพ. น่าน ครั้งแรกเห็นกิจกรรมโรงทาน แล้วบอกประทับใจมาก ขอเป็นเจ้าภาพ 3,000 บาท อีก 10 นาทีโทรศัพท์มาใหม่ ขอบริจาคเพิ่มเป็น 5,000 บาท  แต่ในวันรุ่งขึ้นกลับนำเงินมาบริจาคให้ถึง 6,000 บาท และหลังจากนั้นก็ได้ไปรวบรวมเงินบริจาคจากญาติพี่น้องใน กทม. อีกหลายครั้ง และร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง ครั้งละหลายพันจนถึงหมื่นกว่าบาท

              ก่อนวันสุดท้ายของกิจกรรมโรงทานอิ่มบุญฯ พี่ยามหน้า รพ. เดินมาถามว่า “อาหารนี่พวกผมขอบ้างได้มั้ย วันอื่น ๆ ไม่กล้ามาขอเพราะคิดว่าแจกแต่ชาวบ้านผู้มารับบริการ”

ในส่วนของสถานที่ ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ และโรงพยาบาลน่านไม่มีโรงอาหารในโรงพยาบาล คณะทำงานได้ช่วยกันปรับพื้นที่ว่างด้านข้างตึก ซึ่งเป็นอาคารผ่าตัด มีร่มไม้คือต้นหูกวางพอให้ร่มเงา เป็นพื้นที่ที่ผู้รับบริการทุกคนจะสังเกตเห็นและเข้าถึงได้ง่าย เนื่องจากอยู่ใกล้ทางเดินเชื่อมระหว่างอาคารต่าง ๆ ใกล้จากประตูหน้าโรงพยาบาล จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมในการทำกิจกรรม มีการทำความสะอาด จัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้ สำหรับจัดซุ้มอาหาร ที่สำหรับนั่งรับประทาน และพื้นที่สำหรับล้างมือและทำความสะอาดภาชนะ การเตรียมความพร้อมและทำความสะอาดสถานที่ทุกวัน ทำโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลร่วมกับคณะทำงาน และจิตอาสา รวมทั้งผู้มารับบริการโรงทานเอง ซึ่งทุกฝ่ายต่างร่วมมือกันอย่างดียิ่ง

      ด้วยความตระหนักและห่วงใยในสิ่งแวดล้อม โรงทานอิ่มบุญฯ ได้จัดทำบนพื้นฐานแนวคิด "โรงทานปลอดโฟม" ตลอดการเปิดโรงทาน แม้จะเพิ่มต้นทุนบ้าง สำหรับภาชนะที่ใช้แล้วทิ้ง  ผู้มาประกอบอาหารจัดเลี้ยงต่างพร้อมใจกันหาภาชนะที่ทำจากเยื่อพืช 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ลดโลกร้อน นับเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าชื่นชมนอกจากอาหารต่าง ๆ สำหรับรับประทานในโรงทาน ที่ถือว่าเป็นอาหารกายแล้ว ยังมีอาหารใจ คือดนตรีและเสียงเพลงไพเราะจากนักร้องนักดนตรีที่ล้วนมาด้วยจิตอาสา ไม่ได้สินจ้างรางวัลแต่อย่างใด มาบรรเลงขับกล่อมให้ผู้ที่มาโรงทานได้รับประทานอาหารอร่อย สะอาด พร้อมเสียงเพลงกล่อมเกลาจิตใจไปพร้อมกัน หลายครั้งเราจึงได้เห็นภาพผู้สูงอายุ ที่วางช้อนหยุดพักระหว่างรับประทานอาหาร แต่ร้องเพลงคลอไปเบา ๆ เมื่อได้ยินเสียงเพลงที่ถูกใจ แล้วรับประทานอาหารต่อไปอย่างมีความสุข

ระหว่างการดำเนินกิจกรรม คณะทำงานได้จัดตั้งตู้รับบริจาคตามกำลังศรัทธาไว้ในบริเวณโรงทาน โดยมีที่มาเนื่องจากหลังจากเปิดโรงทานมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็มีผู้คนมาสอบถามว่ามาทานอาหารแล้วอยากร่วมบริจาคเงินสบทบทุนด้วย จะบริจาคได้ที่ไหน เงินที่จะช่วยอยากทำบุญ ไม่ได้เป็นเงินมากมาย แต่ก็อยากช่วยในวันก่อนวันสุดท้าย เมื่อเปิดตู้และนับเงินบริจาคก็ต้องประหลาดใจและตื้นตันใจไปพร้อม ๆ กัน เพราะมีทั้งธนบัตรชนิดต่าง ๆ และเหรียญ รวมกันแล้วเป็นเงินทั้งหมดจำนวน 13,380 บาท ซึ่งเป็นเงินที่นอกเหนือจากการคาดเดา ทำให้มีอาหารเพิ่มพิเศษในวันสุดท้ายอีกหลายรายการ เป็นการพิสูจน์คำกล่าวที่ว่า การให้ไม่มีที่สิ้นสุดจริง ๆ

เรื่องราวของโรงทานอิ่มบุญฯ ถูกเล่าขานและบอกต่อ มีทั้งการบอกเล่าปากต่อปากการส่งต่อและแบ่งปันในโลก Social ทำให้ภาพกิจกรรม ข้อความดี ๆ ที่บอกเล่าถึงความประทับใจในสังคมที่มีการให้และการแบ่งปันได้ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแจกอาหาร กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือร่วมใจทั้งจากชุมชนประกอบอาหาร จาก       นักดนตรีจิตอาสา จากเจ้าภาพผู้มีจิตศรัทธา จากเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานในโรงพยาบาลน่าน สุขจากการแบ่งปันที่ทำให้สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ ทำให้กิจกรรมโรงทานเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดให้มี โรงทานฯ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม 2558 ครั้งที่ 3 ในเดือนธันวาคม 2559 ยังมีการต่อยอดเป็นโรงทานวันเด็กในเดือนมกราคม 2560 โดยจัดเป็นเมนูอาหารส่งเสริมสุขภาพ มีการตกแต่งอย่างสร้างสรรค์ มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และสนุกสำหรับเด็ก และจะมีการจัดกิจกรรมโรงทานครั้งที่ 4 ในเดือน ตุลาคม 2560 นี้ด้วยเพราะสุขจากการแบ่งปันนั้นทำให้ อิ่มสุข อิ่มใจ... ในโรงทานอิ่มบุญฯ

 

517055  

 

 

การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในยุคสังคม 4.0 อย่างยั่งยืน

0

การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขในยุคสังคม 4.0 อย่างยั่งยืน  เรียบเรียง: สิทธิพร กล้าแข็ง

Thailand4.0 คืออะไร?

          ตอนนี้หลายคนคงได้ยินคำว่า “Thailand4.0” กันมากขึ้น หลายคนก็คงจะมีความเข้าใจคำพูดประโยคนี้ไม่น้อย แต่ก็คงมีอีกหลายคนเหมือนกันอยากเข้าใจว่าคืออะไร เกี่ยวข้องกับงานสร้างสุขหรือไม่ อย่างไร ผู้เขียนเองก็สนใจในเรื่องดังกล่าวไม่น้อย จึงพยายามหาข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการส่งเสริมความสุของค์กร

อ่านเพิ่มเติม...

จิตแจ่มใส กายใจเบิกบาน กับ Morning Exercise

จิตแจ่มใส กายใจเบิกบาน กับ Morning Exercise

                                                                                      สิทธิพร กล้าแข็ง

1          ปัจจุบันโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทคโนโลยีการสื่อสารช่วยทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคมสะดวกสบายมากขึ้น ช่องว่างในการสื่อสารระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสารมีขนาดเล็กลง ทำให้ผู้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ง่าย ด้วยการพัฒนารูปแบบของเทคโนโลยีที่พกติดตัวผู้ใช้อยู่ตลอดเวลาอย่างสมาร์ทโฟน (Smartphone) และแอปพลิเคชั่น (Application1) บน สมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้มีช่องทางในการติดต่อสื่อสารมากกว่าการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ด้วย “การสนทนาผ่านข้อความ” (Chat) บนแอปพลิเคชั่นที่ถูกพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรแกรมไลน์ (LINE) เป็นช่องทางในการสื่อสารที่สำคัญของสังคมปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง เราจะเห็นว่าในเครื่องสมาร์ทโฟน (Smartphone) ของแต่ละคนจะมีกลุ่มไลน์ ในเรื่องต่าง ๆ มากมาย ผู้เขียนเองก็มีกลุ่มไลน์ เกือบร้อยกลุ่ม ส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับงานองค์กรสุขภาวะ ภารกิจในตอนเช้าหลังตื่นนอน คือ อ่านไลน์ของกลุ่มต่าง ๆ ทุกเช้าเพื่อดูความเคลื่อนไหวหรือข่าวสารต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่ม ข้อมูลจากไลน์ถือว่าเป็นส่วนสำคัญเช่นกันในการช่วยส่งเสริมกิจกรรมสร้างสุขขององค์กรต่าง ๆ เพราะภาพกิจกรรมที่สมาชิกแต่ละองค์กรดำเนินการ แล้วแบ่งปันเป็นสื่อสังคมออนไลน์ มีส่วนช่วยกระตุ้นและเกิดแรงบันดาลใจที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ จะขอยกตัวอย่างกิจกรรมสร้างสุขขององค์กรแห่งหนึ่ง ซึ่งทีมนักสร้างสุขได้มีการส่งภาพการทำกิจกรรมสร้างสุขของพนักงานในทุกเช้า องค์กรที่ว่านี้คือ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริง จำกัด (มหาชน)

อ่านเพิ่มเติม...

เยี่ยมชมองค์กรสุขสงบ แบบไทยซัมมิท ฮาร์เนส

เยี่ยมชมองค์กรสุขสงบ แบบไทยซัมมิท ฮาร์เนส

สิทธิพร กล้าแข็ง

ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าการทำงานที่มุ่งเน้นผลประกอบการอาจทำให้องค์กรอยู่รอดได้ก็จริง เนื่องจากมีระบบประกันคุณภาพ มีมาตรฐานการทำงานรองรับ สิ่งเหล่านี้ทำให้พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กรในระดับหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญนอกจากระบบแล้วต้องอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงเจตคติภายในของคนในองค์กรด้วย ซึ่งกระบวนการนี้จะทำให้คนในองค์กรมีความรู้สึกว่ามีความสุข เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของ มีความหวงแหนรักองค์กร ความรู้สึกเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ ต้องเริ่มจากคนในองค์กรมีความสุขก่อน หรือควรเริ่มจากจิตใจของคนในองค์กรก่อนเป็นอันดับแรก กระบวนการพัฒนาคนยุคใหม่นั้นนอกจากจะพัฒนาทักษะความสามารถที่รอบด้านแล้วยังจะต้องพัฒนาปัญญาควบคู่ไปด้วย แล้วให้ตัวปัญญาเป็นตัวนำพาไปสู่การพัฒนากาย อารมณ์ สังคม และจิตใจ โดยการส่งเสริมให้มนุษย์รู้จักคุณค่าในตนเอง มีจิตสำนึกที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้ผู้คนที่อยู่ในองค์กรหรือในสังคมอยู่ได้อย่างมีความสุข และพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้ตามที่คาดหวังไว้

1

 

ด้วยเหตุนี้เอง ในครั้งนี้จึงขอนำเสนอองค์กรสุขภาวะต้นแบบที่เน้นการส่งเสริมคุณค่าของคนในองค์กร รวมทั้งสร้างจิตสำนึกที่ดีด้วยการพัฒนาจากภายใน ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจของคนในองค์กรอย่างชัดเจน ซึ่งองค์กรที่ว่านี้คือ บริษัท ไทยซัมมิท ฮาร์เนส จำกัด (มหาชน) เป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตของพนักงาน เพราะเชื่อว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร ดังนั้น ก่อนที่จะสร้างชิ้นงานออกมาให้มีคุณภาพเพื่อส่งต่อไปยังลูกค้าจึงต้องเริ่มจากการสร้างคนในองค์กรให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเสียก่อน ฉะนั้นองค์กรจะต้องสร้างความรักและความสุขให้บุคลากรได้รู้สึกถึงความไว้วางวางใจ และให้ความเชื่อมั่นว่า องค์กรแห่งนี้เป็นองค์กรที่เต็มไปด้วยความรักและความสุขอย่างแท้จริง

อ่านเพิ่มเติม...

ไลอ้อน องค์กรคนดี ที่บ่มเพาะคุณธรรม

ไลอ้อน องค์กรคนดี ที่บ่มเพาะคุณธรรม

                                      สิทธิพร กล้าแข็ง

          ในการพัฒนาองค์กรนั้น “คน” เป็นหัวใจสำคัญที่จะต้องพัฒนา เพราะคนคือหัวใจหลักในการขับเคลื่อนความสำเร็จขององค์กร ดังนั้น การพัฒนาคนให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง ถือเป็นสิ่งจำเป็นในการนำพาองค์กรไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้เอง หลายองค์กรในปัจจุบันจึงมุ่งสร้างให้เป็นองค์กรแห่งความสุข โดยมีกระบวนการในการพัฒนาคนหลากหลายรูปแบบ เช่น การส่งเสริมให้บุคลากรศึกษาด้วยตนเองจากแหล่งต่าง ๆ การเข้ารับการฝึกอบรม การประชุม การสัมมนา การให้ศึกษาต่อ การเชิญวิทยากรมาบรรยาย เป็นต้น หวังให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้ เพื่อนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มาพัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาองค์กร เพราะทราบกันดีว่าทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้คงอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่มีการแข่งขันกันสูง อีกทั้งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย และก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำได้อย่างประสบความสำเร็จ

2

แนวทางการพัฒนาบุคลากรในองค์กรมีมากมายหลายวิธีที่เป็นประโยชน์ แต่วิธีการหนึ่งที่ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของบุคลากรและได้รับความนิยมในสังคมไทย คือ การศึกษาดูงาน ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ โดยอาจเปรียบได้ว่าเป็นการเรียนรู้ทางลัด คือเรียนรู้จากผู้อื่น เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ว่าคนเหล่านั้นเขาประสบความสำเร็จเพราะอะไร หรือทำอะไรจึงล้มเหลว ยิ่งความล้มเหลว ความไม่สำเร็จ อาการสะดุด ต้องหยุด ต้องถอย ไม่ต้องทำซ้ำรอยใคร ที่สำคัญไม่ต้องพลาดเอง เรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่น ทั้งประหยัดเวลาและลดความล้มเหลวให้เกิดน้อยที่สุด นำบทเรียนเหล่านั้นมาสังเคราะห์และประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมกับตนเอง

อ่านเพิ่มเติม...