โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่ “โรงพยาบาลสร้างสุข” - happy-workplace.com

บทความ

โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่

“โรงพยาบาลสร้างสุข”

 0

               เมื่อพูดถึงโรงพยาบาลหลายคนคงนึกถึงว่า ต้องเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุถึงจะเข้าไปโรงพยาบาล สำหรับครั้งนี้จะพูดถึงเรื่องราวของโรงพยาบาลโดยไม่เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วย แต่เกี่ยวข้องกับความสุขของคนทำงานในโรงพยาบาล เพราะโดยปกติเราจะพบว่าบุคลากรทางการแพทย์มักจะประสบปัญหาความเครียดในการทำงาน ซึ่ง

              โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ เป็นโรงพยาบาลเอกชน ในเครือบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เป็นโรงพยาบาลขนาด 400 เตียง ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ ประจำกว่า 40 ท่าน ให้บริการทางการแพทย์หลากหลายสาขา ครบวงจรและทันสมัยเพื่อให้ผู้รับบริการ ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยจากการดูแลโดยพนักงานทางการแพทย์ นับตั้งแต่เปิดดำเนินการมาโรงพยาบาลฯ ได้ให้ความสำคัญ กับการจัดหาบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุม และใส่ใจต่อการพัฒนา อย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ดังสโลแกนที่ว่า “ผสมผสานความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาล การบริการ เทคโนโลยี และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ” ซึ่งมีวิสัยทัศน์ว่า “เราจะเป็นโรงพยาบาลที่รองรับการรักษาขั้นสูง ด้วยบริการที่เป็นเลิศ บนพื้นฐานของความเชี่ยวชาญและจรรยาบรรณทางวิชาชีพ”

2     3

โรงพยาบาลให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล เพราะเชื่อว่า ทรัพยากรบุคคล เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้คงอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขัน และเป็นปัจจัยนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมาย และก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำได้อย่างประสบความสำเร็จ ดังนั้น ผู้บริหารของโรงพยาบาลจึงได้ส่งเสริมการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดบริการเป็นต้นมา จนเมื่อ ปี พ.ศ. 2556 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ได้รับทุนสนับสนุนในการทำโครงการ Happy Workplace ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โรงพยาบาลได้ส่งทีมงานเข้าร่วมโครงการกับสภาฯ และได้ขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้การทำงานระหว่างแกนหลักการขับเคลื่อนงานคือ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลร่วมกับคณะกรรมการทรัพยากรบุคคลที่ประกอบด้วยผู้จัดการจากส่วนงานต่าง ๆ ทำหน้าที่ร่วมกันในฐานะเสมือนหนึ่งเป็นทีมงานสร้างสุของค์กร โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญคือ “สร้างขวัญกำลังใจให้พนักงาน เพื่อให้พนักงานอยู่กับเราอย่างมีความสุข ผูกพันกับองค์กรเกิดผลลัพธ์ที่ดีในการทำงาน”

ในการทำงานร่วมกันของทีมงานสร้างสุของค์กรโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีการแบ่งงานและความรับผิดชอบตามความถนัดและความสมัครใจของคณะทำงานแต่ละคน โดยกำหนดให้มีผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละโครงการ/กิจกรรม ซึ่งเมื่อนำโครงการต่าง ๆ ที่ทางโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการไป พบว่าได้ครอบคลุมความสุขทั้ง 8 ประการ ตามแนวทาง Happy Workplace หลายโครงการเกิดจากสภาพปัญหาหรือความต้องการของพนักงานเป็นส่วนใหญ่ แต่ในจำนวนโครงการที่ได้ดำเนินการไปทั้งหมด ผู้เขียนเองสนใจโครงการข้าวสังข์หยดที่ทางโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ดำเนินการ สาเหตุที่ให้ความสนใจโครงการนี้เพราะเกิดความสงสัยว่า การทำนาปลูกข้าวมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับบุคลากรของโรงพยาบาล...

 

โครงการข้าวสังข์หยด...

          ก่อนที่จะไปฟังเรื่องราวการทำโครงการของโรงพยาบาลกรุงเทพฯ ผู้เขียนขอให้ข้อมูลของข้าวสังข์หยดไว้พอเป็นสังเขปดังนี้ ข้าวสังข์หยดเป็นพันธุ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดพัทลุง ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำริเมื่อปี พ.ศ. 2543 ให้โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริฯ ที่จังหวัดพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ดำเนินการปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดในพื้นที่แปลงนาศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง และเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2546 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จไปยังฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริของจังหวัดพัทลุง ครั้งนั้น ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้ถวายข้าวสังข์หยด ซึ่งทรงนำมาเสวย ทรงรับสั่งว่าอร่อย ทรงโปรดให้นำเมล็ดพันธ์ข้าวสังข์หยดเผยแพร่กับประชาชนที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำหรับคุณค่าทางโภชนาการนั้นพบว่า ข้าวสังข์หยดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อม ช่วยบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกาย ช่วยชะลอความแก่ ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง มีกากใยอาหารสูงช่วยระบบขับถ่ายและลำไส้

จากที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อมูลบางส่วนที่คัดลอกมาจากศูนย์วิจัยข้าวจังหวัดพัทลุง ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

สำหรับโครงการข้าวสังข์หยดของโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เกิดจากผลการตรวจสุขภาพร่างกายของพนักงานส่วนหนึ่งพบว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเบาหวาน รวมทั้งมีค่า BMI เกินกว่าค่ามาตรฐานปกติ และจากข้อมูลการศึกษาค้นคว้าพบว่า ข้าวสังข์หยดจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้บริหารระดับสูงของโรงพยาบาลจึงสนับสนุนให้ “พนักงานได้รับประทานข้าวสังข์หยด” จึงเกิดเป็น “โครงการข้าวสังข์หยด” ขึ้นในปี พ.ศ.2555 และดำเนินงานต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยมอบหมายให้หนึ่งในทีมงานที่สนใจและประสงค์จะทำโครงการดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ขณะที่ทีมงานทุกคนก็เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน ทีมงานสร้างสุของค์กรร่วมกันออกแบบกิจกรรมให้ครอบคลุมความสุขทั้ง 8 มิติให้มากที่สุด กิจกรรมเริ่มด้วยการค้นหาแปลงนาเพื่อปลูกข้าวสังข์หยด ในระหว่างขั้นตอนการปลูกจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการหุงข้าวสังข์หยดจะได้รับการบันทึกเป็นวีดีทัศน์ไว้ทุกช่วงเวลา พร้อมทั้งมีการส่งเผยแพร่ผ่านทาง Youtube นอกจากนี้ยังมีการทำแปลงนาสำหรับการศึกษาวิจัยกระบวนการผลิตข้าวสังข์หยดและแนวโน้มการผลิตข้าวสังข์หยดของชาวนา เพื่อนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการสนับสนุนให้ชาวนาปลูกและอนุรักษ์พันธ์ข้าวสังข์หยดให้คงอยู่ต่อไป โดยโรงพยาบาลจะเป็นฝ่ายสนับสนุนช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งเป็นโครงการระยะถัดไป

ณ ปัจจุบัน ผลผลิตข้าวสังข์หยดที่ได้จะนำมาจำหน่ายให้กับพนักงานในราคาต่ำกว่าทุนทั้งในรูปแบบข้าวสารและข้าวที่หุงแล้วโดยประสานกับห้องอาหารโรงพยาบาลเพื่อผลิตจำหน่ายในช่วงพักรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงานที่รับประทานข้าวสังข์หยดเพิ่มมากขึ้น แต่อาจยังไม่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด ทีมงานจึงมีแนวคิดกระตุ้นยอดขายข้าวสังข์หยดด้วยวิธีการสะสมแสตมป์แลกของ เป็นต้น

อาจกล่าวได้ว่า โครงการข้าวสังข์หยดเพียงหนึ่งโครงการนั้น สามารถก่อให้เกิด Happy Workplace ในโรงพยาบาลกรุงเทพฯ หลายด้านด้วยกัน ได้แก่

ด้าน Happy Body & Happy Heart ในกระบวนการทำนานั้น พนักงานได้มีโอกาสลงพื้นที่ไปทำนาจริง ๆ ตั้งแต่กระบวนการเตรียมดิน ไถนา หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว หว่านปุ๋ย ถอนต้นกล้า ดำนา จนกระทั่งกระบวนการเก็บเกี่ยว กระบวนการทั้งหมดต้องใช้แรงกายแรงใจ และความความร่วมมือของพนักงานที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน ส่งเสริมให้พนักงานได้ออกกำลังกายและ
มีจิตอาสาที่จะทำเพื่อส่วนรวม ผลผลิตจากข้าวสังข์หยดก็เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ก่อให้เกิดสุขภาพที่ดีแก่ผู้บริโภค

ด้าน Happy Brain แน่นอนว่าพนักงานส่วนใหญ่ไม่ได้มีอาชีพทำนา ไม่เคยศึกษาวิธีการทำนามาก่อน การจะเริ่มทำนาให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้น จำเป็นต้องแสวงหาความรู้ องค์ความรู้จากแหล่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปราชญ์ชาวบ้านหรือจากตำราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระบวนการนี้เป็นการส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นอกเหนือจากวิชาชีพที่ได้ปฏิบัติกันในชีวิตประจำวัน

ด้าน Happy Money การจำหน่ายให้กับพนักงานในราคาต่ำกว่าทุนทั้งในรูปแบบข้าวสารและข้าวที่หุงแล้ว เป็นการลดรายจ่ายของพนักงาน ทำให้พนักงานสามารถลดค่าใช้จ่ายอาหารกลางวันลง ส่งเสริมให้เกิดHappy Money แก่พนักงานในทุกระดับชั้น

ด้าน Happy Society การทำโครงการข้าวสังข์หยดของโรงพยาบาลกรุงเทพฯ เป็นการส่งเสริมให้เกิด Happy Society ทั้งภายในและภายนอกองค์กร สำหรับสังคมภายในนั้น ได้แก่พนักงานภายในองค์กรนั้นเอง ที่ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกัน ได้แบ่งปันประสบการณ์ความสุขซึ่งกันและกัน ส่วนสังคมภายนอกนั้นเป็นความร่วมมือกับชุมชนที่จัดสรรพื้นที่ทำนาให้กับพนักงานของโรงพยาบาลกรุงเทพฯ มีการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างองค์กรกับชุมชน

ความสำเร็จของการขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุข            

โครงการที่ดำเนินงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากพนักงาน ต่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมตามวาระและโอกาสที่สอดคล้องกับภาระงานของแต่ละคน ผลที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนองค์กรแห่งความสุขคือ พนักงานมีความสุข ดังจะเห็นได้จากผลการประเมิน Engagement ขององค์กรในมิติความผูกพัน พบว่า พนักงานมีความสุข มีการส่งมอบบริการที่ดี อีกทั้งจำนวนการลาออกลดลง การร้องเรียน การขาดลามาสายลดลง ผลผลิตของงานโดยรวมดีขึ้น

 

4     5

จำหน่ายข้าวสังข์หยดเพื่อสนับสนุนพันธกิจให้บุคลากรมีสุขภาพดี จำหน่ายห่อละ 5 บาท

ในช่วงเที่ยงของวันจันทร์ – วันศุกร์ วันละ 150 ถุง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2555

 

โรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่

ที่อยู่: 75 ซอย 15 ถนนเพชรเกษม ตำบลหาดใหญ่

อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา