รางวัลที่ 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร - happy-workplace.com

บทความ

รางวัลที่ 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียนโดย นางสาวจิรวดี อิ่มสกุล หน่วยงาน สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

 

สุขที่ให้ สุขที่แบ่งปัน

                                                                                                             

มิถุนายน ๒๕๖๐

                    ปลายเดือนมิถุนายน พวกเราในฝ่ายฯ นัดกันมาทำความสะอาดห้องทำงานเพื่อรวบรวมและ จัดเก็บเอกสารภายในฝ่ายให้เรียบร้อย ปีนี้เป็นปีที่สิบหกที่ฉันทำงานที่นี่ ฉันตั้งคำถามถามตัวเองว่างานที่ฉันทำ ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาได้สร้างคุณค่าและความสุขให้คนรอบข้างมากน้อยแค่ไหน แล้ววันนั้นฉันได้พบกล่องใส่เอกสารบางอย่างที่ทำให้ย้อนนึกไปถึงกิจกรรมที่องค์กรของเราได้ริเริ่มจัดขึ้น และอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ลงทั้งแรงกาย พลังใจทำจนสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจและความอิ่มเอิบใจของทุกคน และฉันเองก็เกือบลืมความรู้สึกและคุณค่าในสิ่งที่ทำนั้นไปแล้ว

                    ย้อนหลังไปเกือบสิบปี การสัมมนาบุคลากรที่จัดขึ้นทุกปีได้ริเริ่มกิจกรรมหนึ่งที่สร้างคุณค่าให้กับผู้ให้ ยังประโยชน์ให้กับผู้รับ เป็นความสุขที่ได้ให้ เป็นความสุขที่ได้แบ่งปัน เราตั้งชื่อกิจกรรมนั้นว่า “เติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่สู่น้อง”  กิจกรรมเติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่สู่น้อง เริ่มต้นจากความคิดที่ว่าองค์กรของเราเป็นองค์กรของรัฐที่รับผิดชอบงานการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ แล้วเราก็อยากจะนำความรู้ ความสามารถในเชิงวิชาการที่เรามีไปแบ่งปันให้กับกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลน และในการแบ่งปันนั้น เราก็อยากให้พนักงานในองค์กรของเราทุกคนมีส่วนร่วม ได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม และได้มีโอกาสทำงานเพื่อตอบแทนสังคม

 

พฤษภาคม ๒๕๕๒

                    ทีมงานจัดกิจกรรมเริ่มต้นเสาะหาโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย โดยเลือกโรงเรียนขยายโอกาสที่นักเรียนมีความขาดแคลน เราประชุมและตั้งเป้าหมายกันว่าจะได้นำหนังสือเรียน หนังสืออ่านนอกเวลา อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอนที่เป็นผลผลิตของเราไปส่งมอบยังห้องสมุดของโรงเรียน รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กับนักเรียนทุกระดับในโรงเรียน เราจะเชิญโรงเรียนประถมเล็ก ๆ ในย่านนั้นมาเข้าร่วมกิจกรรมกับเราด้วย ก่อนงานจะเริ่มในเดือนกันยายน ฉันจำได้ว่าเราเดินทางไปยังโรงเรียนเป้าหมาย ในอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ตอนนั้นฉันไม่เคยเดินทางเข้าไปในป่าลึก ๆ ฉันเป็นเด็กในเมืองที่เติบโตและเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ไม่เคยมีความขาดแคลน ฉันนึกภาพของโรงเรียนที่ขาดแคลนได้ไม่ชัดเจน

                    เราไปถึงโรงเรียนและได้รับการต้อนรับอย่างดีจากคณะครูในโรงเรียน เราเข้าไปสำรวจพื้นที่โดยรอบ เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นหนึ่งวันในเดือนกันยายน เราพยายามที่จะจัดช่วงเวลาของการทำกิจกรรมให้กับเด็ก ๆ โดยวางแผนกันว่ากิจกรรมที่จะเกิดขึ้นนั้น นับตั้งแต่คณะของเราไปถึงจนสิ้นสุดกิจกรรมในตอนเย็น จะต้องเป็นการใช้เวลาทุก ๆ นาทีให้มีความคุ้มค่ามากที่สุด เด็กนักเรียนที่มาร่วมกิจกรรมกับเราจะต้องได้รับความรู้ ได้เปิดโลกการเรียนรู้ และเกิดความรักความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

                    ก่อนงานเริ่มในเดือนกันยายน เรากลับไปโรงเรียนอีกประมาณสองถึงสามครั้ง เพื่อประชุมเตรียมงานร่วมกับคณะครูในโรงเรียน และแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบมอบหมายร่วมกัน การทำงานร่วมกับคุณครูที่โรงเรียน ทำให้ฉันมองเห็นความตั้งใจของคุณครูทุกคน มองเห็นสิ่งที่คุณครูอยากให้เราทำเพื่อเด็ก ๆ ในโรงเรียน

ฉันซาบซึ้งและเข้าใจเลยว่าครูที่มีความเสียสละและมีแต่การให้เป็นอย่างไร ฉันรู้สึกว่าในความขาดแคลนสิ่งนอกกายภายนอกหรือสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ เป็นเพียงสิ่งน้อยนิดเท่านั้น หากแต่สิ่งที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนเลยก็คือหัวใจและความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ของคุณครูทุกคน

กันยายน ๒๕๕๒

                   แล้ววันงานก็มาถึง พนักงานเกือบ ๓๐๐ ชีวิตเดินทางไปที่นั่น พอทุกคนลงจากรถบัส ทุกคนต่างรู้หน้าที่ตัวเองดีว่าจะไปประจำอยู่จุดไหนในโรงเรียน เราใช้ห้องเรียนทั้งหมดที่มีอยู่เป็นห้องจัดกิจกรรม โดยจัดเป็นฐานกิจกรรมให้เรียนรู้ เด็ก ๆ นักเรียนจะเดินไปยังฐานกิจกรรมต่าง ๆ เหมือนการเดินเรียน ซึ่งแต่ละรอบของการจัดกิจกรรมแต่ละฐานจะอยู่ที่ประมาณ ๒๕-๓๐ นาที เรามีฐานกิจกรรมที่แบ่งให้มีความเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละระดับ ทั้งมัธยมศึกษาตอนปลาย มัธยมศึกษาตอนต้น และนักเรียนชั้นประถม โดยเราแบ่งนักเรียนกว่า ๗๐๐ คน ออกเป็น ๒๕ กลุ่ม กลุ่มละประมาณ ๓๐ คน

                   พนักงานของเราจะอยู่ประจำห้องเรียน โดยกิจกรรมที่จัดนั้น พนักงานแต่ละฝ่ายจะเป็นผู้ที่ออกแบบกิจกรรมกันเอง โดยใช้ทรัพยากร เครื่องมือ อุปกรณ์หรือสื่อการเรียนการสอนที่เรามีอยู่มาสร้างสรรค์และประยุกต์การทำกิจกรรม นอกจากนี้เรายังมีส่วนที่เป็นกิจกรรมเวทีส่วนกลางที่เปิดโลกการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็ก ๆ ได้ทดลองและลงมือปฏิบัติจริง รวมไปถึงการจัดฉายภาพยนตร์ทางวิทยาศาสตร์ และการแสดงละครวิทยาศาสตร์อีกด้วย

                   เราจัดพี่เลี้ยงคอยดูแลนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดยเป็นอาสาสมัครจากพนักงานของเราเอง ที่มาจากหน่วยงานสนับสนุนขององค์กร ที่อาจไม่มีความถนัดในเรื่องเชิงวิชาการ แต่มีจิตอาสาที่จะมาช่วยงานและคอยดูแลเด็ก ๆ ตั้งแต่เข้ากิจกรรมในฐานแรก ดูแลเรื่องอาหารการกินในช่วงเที่ยง จนเสร็จสิ้นกิจกรรมในช่วงเย็น 

                   เราโบกมืออำลาเด็ก ๆ ในตอนท้ายของวัน เด็ก ๆ ชั้นประถมที่มาจากต่างโรงเรียนแยกย้ายกันขึ้นรถที่คณะครูพามา ครูจากโรงเรียนประถมบอกกับเราว่าเด็ก ๆ เหล่านี้บางคนบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน จากจุดที่ครูจะไปส่ง เด็ก ๆ อาจต้องเดินเท้ากลับไปบ้านอีก และเนื่องจากเป็นโรงเรียนชายขอบตะเข็บชายแดน เด็กส่วนใหญ่ที่มาเรียนที่โรงเรียนก็เป็นเด็กชาวไทยภูเขา ฉันอ่านชื่อนามสกุลเด็ก ๆ ถึงได้แปลกใจว่าทำไมเด็กหลายคนจึงมีนามสกุลเดียวกัน  

                   เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตลอดทั้งวันในวันนั้น ฉันมั่นใจว่าพนักงานของเราทุกคนต่างมีความรู้สึกแบบเดียวกัน นั่นคือ ความรู้สึกแห่งความเอิบอิ่มใจในสิ่งที่ได้ทำให้กับเด็ก ๆ ในชนบทที่ห่างไกล เป็นความสุขที่ได้สร้างคุณค่าให้กับตนเอง เป็นความตื้นตันในหัวใจที่ได้มีโอกาสสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนของชาติให้เกิดความเข้าใจและรักที่จะเรียนรู้ในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี สำหรับตัวฉันเอง ภาพสะท้อนจากการทำกิจกรรมร่วมกันในครั้งนี้ ทำให้ฉันเห็นถึงความรักและความสามัคคีในการทำงานร่วมกันภายในองค์กร แม้ว่าในองค์กรเราจะต่างทำงานกันคนละแผนก คนละฝ่าย และคนละบทบาทหน้าที่ แต่เมื่อเราได้มีโอกาสมาทำงาน

ส่วนรวมร่วมกัน เราก็ต่างนำความรู้ ความสามารถ พลังกายและพลังใจมาช่วยกันสร้างสรรค์ แบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม ความสุขจากการร่วมมือร่วมใจในวันนั้น เป็นความสุขที่ทุกคนได้รับร่วมกัน  และเป็นความสุขจากการที่ได้เป็นผู้ให้ เป็นความสุขที่ได้มีโอกาสแบ่งปัน และเป็นความสุขที่ได้เติมฝัน ปันน้ำใจ จากพี่ไปสู่น้อง ๆ อย่างแท้จริง

มิถุนายน ๒๕๖๐

                   ปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ ฉันพบกล่องใส่โปสการ์ด เมื่อเปิดดูทำให้ย้อนนึกไปถึงกิจกรรมที่องค์กรของเราได้ริเริ่มจัดขึ้น และอาศัยความร่วมมือร่วมใจ ลงทั้งแรงกาย พลังใจ ทำจนสำเร็จ เป็นความภาคภูมิใจและความอิ่มเอิบใจของทุกคน

                   ...ฉันหยิบโปสการ์ดพวกนั้นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง...