รางวัลชมเชย 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร - happy-workplace.com

บทความ

รางวัลชมเชย 2: เรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร

โครงการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนสุขภาวะองค์กร (Happy 8 Menu) ภายใต้การดำเนินงานของคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เชิญชวนองค์กรที่มีความสนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดโครงการ/กิจกรรมสร้างสุขในองค์กร และเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้ประกาศผลไปแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ทางโครงการขอนำเสนอเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร ซึ่งได้รับรางวัลชมเชย ในหัวข้อการประกวดเรื่องเล่ากิจกรรมสร้างสุขในองค์กร เขียโดย นายกฤตษกร จำปาทอง หน่วยงาน บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 

 

เรื่องรังสรรค์ สร้างสุข ในแบบชิค ๆ (ทำน้อย ได้มาก)

นวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ และภายใต้สิ่งเหล่านั้นคือความสุข ความรักในงาน การได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้อง ผ่านการรังสรรค์วิธีการคิดบวกโดยการทำงานวิชาการผ่านกระบวนการทางกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องต่อวัฒนธรรมขององค์กร โดยภายใต้การขับเคลื่อนพฤติกรรมของคนในบริบทที่แตกต่างที่ถูกหล่อหลอมเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน ภายใต้กรอบแนวคิดในการบริหารจัดการ คือ

รังสรรค์ หมายถึง สร้างสีสันในการทำงาน เพื่อให้เกิดบรรยากาศในการทำงานที่ดี โดยพยายามออกแบบกิจกรรมที่มีความแตกต่างจากเดิม พยายามดึงความเป็นตัวตนของทั้งผู้จัดกิจกรรมและผู้ร่วมกิจกรรมออกมาให้ได้

สร้างสุข หมายถึง สุขที่เกิดขึ้นนั้นต้องเกิดขึ้นจากการสร้างของทุก ๆ คน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการอยู่ในพื้นที่ได้อย่างลงตัว ก่อนให้เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ส่งเสริมศักยภาพของทุก ๆ คนในการแสดงความสามารถที่ตนเองถนัดออกมาได้อย่างเต็มที่ บนพื้นที่ ๆ เราอยู่ร่วมกันในองค์กร

รูปแบบกิจกรรมแบบชิค ๆ หมายถึง มีทั้งความทันสมัย ความหลากหลาย แปลกใหม่ ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว โดยไม่ได้ยึดรูปแบบที่ต้องเหมือนใคร แต่สื่อออกมาในความเป็นตัวของตัวเอง เป็นเอกลักษณ์ขององค์กรแสดงถึงจุดยืนที่เป็นจุดแข็งที่สามารถดึงเอาความเป็นตัวของตัวเองออกมาแสดงในรูปแบบที่ไม่มีใครสามารถจะลอกเลียนแบบได้

ทำน้อย ได้มาก หมายถึง การลงทุนในการทำผลงานใด ๆ ก็แล้วแต่เราจะสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้กับพนักงานใช้ความรู้ความสามารถที่เขามี พยายามสร้างจิตสำนึกในการคิด ก่อนที่จะลงมือทำ ไตร่ตรองทุกครั้งในการวางแผนเพื่อให้เกิดความรัดกุมในการกระทำ สร้างจิตสำนึกความเป็นเจ้าของให้ทุกคนรู้สึกและหวงแหนองค์กร ดังวัฒนธรรมองค์กรของเราคือ คุณภาพ คุณค่า และคุณธรรม

สร้างสุข ในแบบชิค ๆ (ทำน้อย ได้มาก) หมายรวมถึง ตัวเรา องค์กรของเรา เพื่อเป้าหมายที่เป็นหนึ่งเดียวของทุกคน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง ดังนั้นในกระบวนการจัดกิจกรรมในทุก ๆ ครั้ง จะคำนึงถึงผลของการกระทำในทุก ๆ ครั้งโดยยึดหลักในการบริหารจัดความแตกต่างในเป็น 1 เดียว คือ

1. กิจกรรมต้องตอบสนองความต้องการของทุกคนให้ได้มากที่สุด

2. ต้องมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่เร่งรัด แต่เน้นสร้างความเข้าใจให้ซึมซับ ค่อย ๆ พัฒนาอย่างยั่งยืน

โดยรูปแบบการจัดกิจกรรมการสร้างความสุขแก่พนักงานในองค์กรของเราจะมีการวางไว้เป็น 4 ระยะใน 1 ปีอย่างชัดเจน (3 เดือน ต่อ 1 ระยะ) ของในทุก ๆ ปี โดยอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสถานการณ์ในปีนั้น ๆ

ระยะที่ 1 (มกราคม ถึง มีนาคม) ภาพลักษณ์ภายนอก (Personal Image) หมายถึง การมุ่งเน้นกิจกรรมที่สามารถเริ่มที่จะพัฒนาได้ทันที สามารถมองเห็นได้ หรือปรับเปลี่ยนได้ในระยะเวลาอันสั้น เช่นการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการลงมือจริงในการจำลองสถานการณ์เพื่อให้ลองปฏิบัติเช่นการเดิน การพูด การติดต่อสื่อสารได้อย่างมั่นใจเป็นการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเพื่อให้เกิดความมั่นใจการที่จะวางตัวอยู่ในสังคมได้อย่างเหมาะสมและมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ยึดติดกับรูปลักษณ์ความสวยความหล่อแต่มุ่งเน้นการวางตัวที่ดูดีมีสง่าให้เป็นที่น่ามองผู้คนอยากเข้ามาพูดคุยติดต่อ ยิ้มแย้มแจ่มใส จากพนักงาน 1 คนเป็น 2 คน และหลาย ๆ คนที่เราสร้างนั้นคือภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวมที่อยู่ภายใต้ความสุขของพนักงานทุก ๆ คน

ระยะที่ 2 (เมษายน ถึง มิถุนายน) สุขภาพจิต (Mental Health) หมายถึง สภาพของจิตใจที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ มีจิตใจเบิกบานแจ่มใส มิให้เกิดความคับข้องใจหรือขัดแย้งในจิตใจ สามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีความสุข สามารถควบคุมอารมณ์ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ซึ่งผู้มีสุขภาพจิตดี ย่อมมีผลมาจากสุขภาพกายดีด้วย ดังที่ John Lock ได้กล่าวไว้ว่า “A Sound mind is in a sound body” คือ “จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่สมบูรณ์” ดังนั้นกิจกรรมส่วนใหญ่ที่ได้มีการจัดทำในช่วงนี้จะเน้นในเรื่องของการดูแลสภาพจิตใจให้ทุกคนรู้สึกสงบ มีสติในการทำงาน ทำให้เกิดปัญญาสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับองค์กรได้อย่างยั่งยืน (เมื่อคนมีความรู้อยู่กับตัวเขาพร้อมจะสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา องค์กรก็เช่นกันเราต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูก เมื่อองค์กรอยู่ได้พนักงานก็อยู่ได้เกื้อหนุนกันอย่างมีความสุข)

ระยะที่ 3 (กรกฎาคม ถึง กันยายน) เกร็ดความรู้ และเทคนิค (TIP&TEHCNIC) หมายถึง การสร้างสรรค์กิจกรรมในระยะนี้จะเน้นเรื่องของการส่งเสริมในเรื่องของความรู้ความสามารถที่พนักงานคนนั้นมีเราพยายามที่จะดึงความสามารถที่เป็นจุดแข็งออกมา ส่วนจุดไหนที่ต้องปรับปรุงเราก็พยายามเสริมสร้างด้วยเทคนิควิธีการต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานมีศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้น

ระยะที่ 4 (ตุลาคม ถึง ธันวาคม) แรงบันดาลใจ (Inspiration) ต้องยอมรับว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีความรู้สึกดังนั้นในช่วงสุดท้ายของทุก ๆ ปี เราก็ต้องเสริมกิจกรรมที่สามารถสร้างกำลังใจในการทำงานให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้โดดเดี่ยวยังมีเพื่อนในทีมงานที่พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคพร้อมอยู่เคียงข้างคอยให้คำปรึกษาในทุก ๆ เรื่องกับเขาได้ เป้าหมายของทุกคนคือเป้าหมายของทีมไม่ใช่เป็นของคนใดคนหนึ่ง

โดยวิธีการเทคนิคในการขับเคลื่อนกิจกรรมขององค์กร เราอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานภาคีในการเข้ามาช่วยเหลือ จุดเด่นในการจัดกิจกรรมที่นอกจากความหลากหลาย และความต่อเนื่องในทุก ๆ เดือนเราจะมีกิจกรรมอย่างน้อย 5 กิจกรรม (เน้นจัดกิจกรรมก่อนวันหยุด คือทุกวันศุกร์ เพื่อให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายพร้อมที่จะเรียนรู้และสนุกไปกิจกรรม) ดังนั้นแทบจะพูดได้เต็มปากว่ากิจกรรมของเราที่มีการจัดขึ้นต้นทุนในการนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมเป็น 0 บาท เพราะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีเครือข่าย และกลุ่มเพื่อนจากภายนอก มาดำเนินการให้ฟรี แต่ผลที่เราได้รับจากการจัดกิจกรรมในทุก ๆ ครั้ง นอกจากพนักงานจะได้ความรู้ และความพึงพอใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมอยู่ในระดับที่ดีมากแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดคือการให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมกิจกรรมในทุก ๆ ครั้งเราจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตามเป้าหมายนั้นแสดงได้ว่ากิจกรรมที่เราจัดขึ้นคือสิ่งที่พนักงานต้องการ สิ่งที่เราพยายามสร้างหรืออยากให้เขาเป็นคือสิ่งที่เขาอยากจะเป็นด้วย

ดังนั้น คำตอบที่เราได้รับหลังจากได้นำกระบวนการในการจัดกิจกรรมสร้างความสุขแก่พนักงานในองค์กร ไม่ใช่กิจกรรมที่เราทำตามหน้าที่หรือประเพณีนิยมที่ทำแล้วก็จบไป และเป็นมากกว่านวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพราะสิ่งที่เราได้คือ หัวใจ ของพนักงาน เลือดเนื้อของเขา ที่ยอมอุทิศในการสร้างองค์กร ที่เป็นมากกว่าองค์กร แต่มันคือบ้านหลังหนึ่งของเขาที่เป็นเสมือนที่พักพิงทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อนร่วมงานก็เปรียบเสมือนคนในครอบครัว กล้าที่จะให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาที่ดี และเป็นพี่เลี้ยงยามที่ต้องการกำลังใจ

สุดท้ายแล้วอยากจะบอกถึงหลาย ๆ องค์กรที่เริ่มทำกิจกรรมสร้างความสุขในองค์กรว่า คุณค่าในการจัดกิจกรรมไม่ได้วัดกันที่เงินลงทุน แต่วัดกันที่ทุนทางจิตใจที่เริ่มต้นและลงมือทำ จากกิจกรรมเล็ก ๆ ที่คุณก็สามารถเริ่มทำในองค์กรคุณอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ที่เรามอบให้พนักงานอีกหลาย ๆ คนเขาได้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ในองค์กรเดิม จากโอกาสที่สามารถสร้างเวทีให้เขาได้ดึงศักยภาพในตัวเองออกมาใช้ได้อย่างถูกต้อง และการสนับสนุนจากกระบวนการจัดกิจกรรมที่ใคร ๆ ก็มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แทนที่จะเอาเวลาไปแสวงหาผลกำไรโดยไม่ได้คำนึงถึงพนักงานที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า วันหนึ่งพนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอาจจะเป็นผู้ช่วยให้องค์กรคุณอยู่รอดก็เป็นไปได้