บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) “คนที่ SCG จะทำงานอย่างมีความสุข บรรยากาศการทำงานที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สอง วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นแบบพี่สอนน้อง ” - happy-workplace.com

บทเรียนจากองค์กรต้นแบบ

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) “คนที่ SCG จะทำงานอย่างมีความสุข บรรยากาศการทำงานที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สอง วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นแบบพี่สอนน้อง ”

                                                                  scg2

บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

“คนที่  SCG  จะทำงานอย่างมีความสุข  บรรยากาศการทำงานที่นี่เหมือนบ้านหลังที่สอง วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นแบบพี่สอนน้อง ”


          บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)  หรือที่คุ้นเคยกันในนาม “เอสซีจี”  เป็นองค์กรที่มีประวัติยาวนาน  ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2456  ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเริ่มจากธุรกิจผลิตปูนซีเมนต์ และได้ขยายธุรกิจออกไปในผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น กระเบื้องมุงหลังคา  เหล็กหล่อ คอนกรีต กระดาษ เป็นต้น  ปัจจุบันเอสซีจี  มีธุรกิจใน 4 กลุ่ม ได้แก่  เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG Cement-Building Materials) ซึ่งผลิตและจัดจำหน่าย ปูนซีเมนต์ ปูนสำเร็จรูป คอนกรีตผสมเสร็จ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต ปูนซีเมนต์ขาว วัสดุทนไฟ ผลิตภัณฑ์หลังคา กระเบื้องเซรามิก แผ่นฝ้าและผนัง สุขภัณฑ์ บล็อกปูถนน ฉนวนกันความร้อน รวมทั้งดำเนินธุรกิจการจัดจำหน่าย ผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและระบบค้าปลีกเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCG Chemicals) ดำเนินธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์โดยผลิตและจำหน่าย เคมีภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ ขั้นกลาง ได้แก่ สไตรีนโมโนเมอร์ พีทีเอ และเอ็มเอ็มเอ และขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ โพลิเอททีลีน โพลิโพรไพลีน โพลิไวนิลคลอไรด์ และโพลิสไตรีน โดยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ และเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCG Packaging) เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของเอสซีจี ที่มุ่งสู่การเป็นคู่คิดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในด้านบรรจุภัณฑ์ (Total Packaging Solution Provider) ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม สินค้า และบริการที่หลากหลาย รวมถึงคำตอบที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ เช่น  บรรจุภัณฑ์กระดาษ, Flexible Packaging, Food Safety Packaging, เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Pre-print และ Offset และเอสซีจีการลงทุน (SCG Investment) ที่ดูแลด้านการลงทุนในกิจการต่างๆ ของเอสซีจี ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็น บริษัทร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ อาทิ Kubota, Yamato Kogyo, Aisin Takaoka Group, Toyota Motor, Maxion Wheels เป็นต้น

 

          เอสซีจีมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่น่าร่วมงานด้วย เป็นแบบอย่างด้านบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน  เป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชนทั่วทั้งอาเซียน ที่เอสซีจีเข้าไปดำเนินงาน มุ่งสร้างคุณค่าให้แก่ลูกค้า บุคลากร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายภายใต้คุณภาพการบริหารงานระดับโลก สอดคล้องกับหลักบรรษัทภิบาล และมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง  อีกทั้งยังมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน ด้วยสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพจากกระบวนการดำเนินงาน การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีความเป็นเลิศ  ซึ่งการที่จะผลักดันให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวของเอสซีจีเกิดขึ้น  คือ  การเชื่อมั่นในคุณค่าและศักยภาพของบุคลากร ซึ่งจะทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ ในบรรยากาศการปฏิบัติงานที่เปิดเผยโปร่งใส เปี่ยมด้วยพลังแห่งความกระตือรือร้น โดยบุคลากรของเราทุกคนจะยึดมั่นและปฏิบัติตามอุดมการณ์ 4 ได้แก่ ตั้งมั่นในความเป็นธรรม   มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม นอกจากนี้เอสซีจี ยังมีคู่มือบรรษัทภิบาลและคู่มือจรรยาบรรณของ เอสซีจีเป็นแนวทางในการดำเนินการของบริษัทและพนักงาน โดยมีการพัฒนาบุคลากรซึ่งมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม และประสบการณ์ให้มีความมุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล       


         
เอสซีจีมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางธุรกิจ  แต่ในขณะเดียวกันเอสซีจีก็ได้ให้ความสำคัญทรัพยากรมนุษย์เป็นอันดับแรกไปพร้อมๆกัน  โดยมีความเชื่อว่าบุคลากรต้องพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้ากับองค์กร ที่เอสซีจีจะดูแลบุคลากรแบบองค์รวมเพื่อให้มาทำงานอย่างมีความสุขเหมือนบ้านหลังที่สอง  เพราะบุคลากรต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงาน  ดังนั้นความสุขของบุคลากรจึงเป็นประเด็นลำดับแรกๆที่เอสซีจีมุ่งให้ความสำคัญ แนวทางการสร้างความสุขในการทำงานของเอสซีจีนั้น  จึงถูกดำเนินการอย่างเป็นองค์รวม   แม้คนภายนอกมักมองว่าบุคลากรของเอสซีจีทุกคนเป็นคนเก่ง (Talent)  เอสซีจีก็ยังคงจะดูแลและพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งไม่ได้เน้นเฉพาะองค์ความรู้และทักษะทางการปฏิบัติงาน (Hard side) เพียงอย่างเดียว แต่เน้นการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นองค์รวม  รวมถึงทักษะการทำงานอื่นๆและการใช้ชีวิต (Soft side) ในทุกด้าน  บุคลากรของเอสซีจีทุกคนต้องทำงานเก่งควบคู่ไปกับการมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี   โดยเอสซีจีมีมุมมองการพัฒนาบุคลากรในลักษณะของการลงทุนระยะยาว และยังถูกหลอมรวมเข้าไปในวัฒนธรรมองค์กร  การพัฒนาจึงไม่ได้มีเฉพาะทักษะการปฏิบัติงาน  หากแต่จะมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับความต้องการของบุคลากร  เช่น การให้ความรู้และกิจกรรมด้านสุขภาพ   กิจกรรม  SCG ลดรอบเอวเพื่อสุขภาพที่ดีของพนักงาน โชว์ผ่านรายการเรียลลิตี้ “องค์กรซ่อนอ้วน”  การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่ทำงานให้น่าอยู่ โครงการพาบุตรของบุคลากรมาเยี่ยมชมบริษัท และจัดกิจกรรมช่วยเหลือชุมชน และวัด เป็นต้น  รวมถึงมีการจัดเตรียมระบบสวัสดิการที่เหมาะสม เอสซีจี ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในการปฏิบัติงานมาก จะมีการดูแลความปลอดภัยของบุคลากรทั้งในและนอกเวลางาน เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด 

 

          ผลลัพธ์จากการที่บุคลากรมีความสุข  คือ จะมีความยึดมั่นผูกพันกับองค์กรสูง (Employee engagement) เอสซีจีมีมุมมองต่อความสุขของบุคลากรว่าถ้ามีความยึดมั่นผูกพันกับองค์กรสูง ก็จะส่งผลให้อัตราการลาออก (Turnover rate) ค่อนข้างต่ำ ซึ่งโดยเฉลี่ยเอสซีจีมีอัตราการลาออกของบุคลากรเพียงร้อยละ 3 ในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์บางอย่าง อาจจะไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรมทันที แต่จะสะท้อนออกมาในแง่ของการสะสมสมรรถนะของบุคลากร เมื่อบริษัทเอสซีจีเกิดวิกฤตบุคลากรของเอสซีจีจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สะสม ออกมาใช้เพื่อนำพาให้เอสซีจีผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ไปได้ 

 

ทั้งนี้ หากผู้อ่านสนใจการสร้างองค์กรแห่งความสุขในวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันเป็นแบบพี่สอนน้องแบบ SCGสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความฉบับเต็มและหนังสือชุดความรู้ของโครงการเราค่ะ